๐ ว่าด้วยเรื่องโลโก้
posted on 19 Oct 2009 02:26 by gangjiboชวนออกแบบโลโก้ postcardcafe<<แวะไปดูๆ ยังเปิดรับผลงานเรื่อยๆจ้ะ
จุ๊บุมีสาระดีๆมาฝากจ้ะ เผื่อจะได้เป็นแนวทางก่อนออกแบบโลโก้..
สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมาย (Symbol) หมายถึง วัตถุ รูปร่าง ตัวอักษร สีสัน ที่ใช้แทนความหมายหรือแนวความคิดของอีกสิ่งเพื่อให้คนเข้าใจไปแนวทางเดียว กัน ในทางปรัชญากล่าวว่าทุกสิ่งในธรรมชาติหรือในจักรวาลสามารถแทนได้ด้วย สัญลักษณ์ทั้งสิ้น Link
โลโก้ (Logo) หรือ เครื่องหมายการค้า ใช้แสดงว่าสินค้าและบริการที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นๆแตกต่างจากสินค้าและ บริการที่มีเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น โดยอาจมีสัญลักษณ์ประกอบไปด้วย ชื่อ ข้อความ วลี สัญลักษณ์ ภาพ งานออกแบบ หรือหลายส่วนร่วมกันได้ Link
โลโก้ในทางฎหมาย Link
...
ตัวอย่างโลโก้แบบต่างๆ
โลโก้ในรูปแบบสัญลักษณ์(Symbolic) เช่น
Credit
สัญลักษณ์ของอะไรเอ่ย?
โลโก้ในรูปแบบตัวอักษร(Initial) เช่น
โลโก้ในรูปแบบรูปภาพรูปวาด(Pictorial) เช่น
หลวงพี่ จุ๊บุขอยืมใช้นะเจ้าคะ อิอิ
โลโก้ที่มีหลายๆอย่างประกอบกัน เช่น
รูปวาด และ ตัวอักษร
สัญลักษณ์ และ ตัวอักษร
(มิตซู แปลว่า เพชร, ฮิชิ แปลว่า สาม)
...
ตัวอย่างโลโก้ที่ดีในหนังสือ LOGO DESIGN THAT WORKS โดย Lisa Silver โลโก้สุดคลาสิค 3 ตัว ได้แก่
Shell - โลโก้ที่มีความหมายในตัวมันเอง สื่อถึงวัตถุดิบของสินค้าอย่างชัดเจน (ปิโตรเลียมเกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมในชั้นดินนานนับล้านๆปีภายใต้แรงกดดันที่ พอเหมาะจนกลายเป็นปิโตรเลียมในชั้นหิน ซึ่งเปลือกหอยก็เป็นตัวแทนของซากพืชซากสัตว์ชนิดหนึ่ง Link) แข็งแรงทั้งชื่อและภาพสัญลักษณเลยนะ
3M - ก่อตั้งมาตั้งแต่ค.ศ. 1906 ขายผลิตภัณฑ์พิเศษใช้เฉพาะงาน อาทิ "สก๊อตเทป" แรกเริ่มโลโก้ของ 3M เป็นรูสี่เหลี่ยมไดมอนด์หรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนอยู่ตรงกลางแล้วล้อมด้วย วงกลมที่โปรยด้วยชื่อเต็มของบริษัท "Minnesota Mining and Manufacturing Company" แล้วค่อยๆย่อจนเหลือเพียงตัวอักษรแบบมีเชิง 3M แม้ ความสำเร็จของบริษัทจะทบทวีทำให้มีการขยับขยายอุตสาหกรรมออกเป็น 100 ประเภทมีผลิตภัณฑ์กว่า 50,000 ชนิด แต่โลโก้ของบริษัทกลับถูกปรับให้ดูเรียบง่ายมากขึ้น ปี1929 3Mจ้าง Siegel&Gale ดีไซน์โลโก้ขึ้นใหม่โดยใช้ตัวอักษรแบบไม่มีเชิงเพื่อให้ดูทันสมัย ตัดช่องไฟระหว่างตัวอักษรออก และใช้สีแดงเพื่อสื่อถึงพาว์ของบริษัท
Bayer - โลโก้บริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีอาจเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการ ออกแบบให้ "ยิ่งน้อยยิ่งดี" เมื่อโลโก้ของบริษัทถูกเปลี่ยนให้เหลือแต่เพียงตัวอักษรเปลือยเปล่าเรียงแถว ตัดกันเป็นรูปกากบาทแบบ กาชาด ก็ทำให้โลโก้ของบริษัทเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
...
ตัวอย่างโลโก้ที่ดีจากผู้รู้
โลโก้ที่มีความหมายในตัวมันเอง เช่น
ตัวเอนและเปลี่ยน "-" เป็นรอยแฉกระหว่างตัว "O" และ "S" แสดงถึงความเร็ว (Speed)
รูปวาด 38 ภาพประสานกันเป็นตัวอักษร สื่อถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น รูปเกล็ดหิมะหมายถึงผลิตภัณฑ์แช่แข็ง รูปช้อนหมายถึงผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการ เป็นต้น
...
Less is more คืออะไร?
Less is more คือ การตัดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป คงไว้แต่ส่วนสำคัญหรือจุดเด่น ภาพรวม นิยาม หรือแนวความคิดรวบยอด โดยแทนที่จะเพิ่มให้ "เยอะๆ" ก็ให้เน้นความ "เรียบง่าย" แทน ซึ่งอาจสื่อสารได้มากกว่า ยิ่งน้อยยิ่งมาก เน้นความเรียบง่าย สะอาด สะดุดตา หรือบางครั้งทำให้คนขบคิดสงสัย ยิ่ง(เข้าใจ)ง่ายยิ่ง(จำได้)ดี
*เฮียเส่ง -- คิดให้มากแต่แสดงออกเรียบง่าย
...
ข้อควรคำนึงถึงในการออกแบบ
- องค์ประกอบ -- เส้น, รูปร่าง, ขนาด, ทิศทาง(แนวตั้ง/แนวนอน/ฯลฯ)
- สีสัน -- จำนวนสี(ยิ่งน้อยยิ่งดี), น้ำหนักสี, ตัดกัน/กลมกลืน, ลวดลาย,
- ภาพรวม -- ความสมดุลของภาพ, ความต่อเนื่อง, ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ข้อคิดดีๆในการออกแบบจากFwd mail
แบบที่ 1 มีคอนเซ็ปต์มาจากตัว “A” ซึ่งเป็นพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯคือ “อดุลยเดช” และส่วนของจุดสีที่อยู่ภายในแทนสีของแก้วนพรัตน์หรืออัญมณี 9 ประการ อันเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์
แบบที่ 2 มีคอนเซ็ปต์มาจากการพนมมือไหว้ของคนไทย อันเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อได้ถึงความเป็นคนไทย ขณะเดียวกัน ก็มีจุดสีของแก้วนพรัตน์รายล้อมอยู่ภายใน สื่อถึงความเป็นพระมหากษัตริย์ของไทย
แบบที่ 3 มีคอนเซ็ปต์มาจากเครื่องดนตรีคือแซกโซโฟน ซึ่งในหลวงทรงโปรดเป็นพิเศษและมีจุดสีของแก้วนพรัตน์แสดงเอกลักษณ์ของพระ มหากษัตริย์อีกเช่นกัน
แบบที่ 4 มีคอนเซ็ปต์มาจากพระนาม “ภูมิพล” ซึ่งเมื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะขึ้นต้นด้วยตัว “B” แล้วออกแบบรูปร่างทำเป็นปีกพญาครุฑ ภายในบรรจุจุดสีของแก้วนพรัตน์แสดงเอกลักษณ์พระมหากษัตริย์ เพื่อให้เป็นในแนวทางเดียวกันหมด
เป็นที่น่าสังเกตว่า การออกแบบ “พระนามบัตร” จะเน้นภาพสัญลักษณ์มากกว่าการสื่อความหมายด้วยภาษาของตัวอักษร ดังที่ปรากฎในนามบัตรทั่วไป โดยที่คุณฮิโรมิ อธิบายว่า จริง ๆ แล้วการออกแบบนามบัตรทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ถูกต้อง ถ้าพูดถึงระดับนานานาชาติ จะนิยมทำสัญลักษณ์มากกว่าใช้ภาษาของตัวอักษร
“นามบัตรที่ดีจะไม่นิยมพิมพ์ชื่อตัวเองหรือชื่อบุคคลขนาดใหญ่ ตัวหนังสือจะออกแบบเพียงให้ดูเป็นมันขึ้นมาและสื่อภาษาเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็คงไม่จำเป็นต้องเน้นชื่อ และไม่จำเป็นต้องใส่ที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ สื่อเพียงแค่เป็นพระมหากษัตริย์ของไทยก็เพียงพอ”
คุณฮิโรมิ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วการออกแบบสัญลักษณ์ไม่เหมือนกับภาพวาดทั่วไป ที่มองเห็นของจริงแล้ววาดภาพเหมือนออกมา แต่งานออกแบบของตนเองไม่ได้มองภาพจริงวาดภาพเหมือน แต่เป็นการใช้จิตนาการนึกภาพออกมาเป็นสัญญลักษณ์แทนตัวบุคคล
เมื่อถาม ว่า ความคิดขณะออกแบบตั้งใจเพื่อให้ในหลวงใช้พระราชทานแก่บุคคลอื่นด้วยหรือไม่ คุณฮิโรมิหัวเราะก่อนตอบว่า ก็เห็นพระองค์ท่านมีการพระราชทานเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการมีรับสั่งให้พิมพ์เพิ่มด้วย โดยใช้โรงพิมพ์ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ดำเนินการ
พระนามบัตร ซึ่งเป็นการออกแบบสัญลักษณ์นี้เป็นการใช้ส่วนพระองค์มากและไม่เป็นทางการ เพราะส่วนที่เป็นทางการในหลวงท่านก็มีตราประจำรัชกาล หรือตราสัญลักษณ์เนื่องในวโรกาสต่าง ๆ อยู่แล้ว ความคิดขณะออกแบบจึงไม่ได้มุ่งให้เป็นงานเป็นการมากนัก
อย่างไรก็ ตาม ความคิดขณะออกแบบนั้น สิ่งที่คำนึงถึงอย่างมากคือเรื่องระบบการพิมพ์ ซึ่งจะต้องมีลูกเล่นให้แปลกตา, มีความหมายและลูกเล่นที่ไม่ซ้ำแบบใคร หรือทำการพิมพ์ลอกเลียนแบบไม่ได้ง่าย ๆ
“ระบบการพิมพ์จะค่อนข้าง พิถีพิถัน อย่างเช่น การใช้สีพิเศษ กระดาษก็จะต้องเป็นของ Arjo Wiggins Fine ซึ่งเป็นกระดาษของฝรั่งเศส เครื่องพิมพ์ก็จะกำหนดให้ต้องใช้เครื่องพิมพ์โรแลนด์และไฮเดลเบิร์กเท่านั้น รวมทั้งอื่น ๆ ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดปลีกย่อยให้โรงพิมพ์ดำเนินการทั้งหมดเลย รวมทั้งจะเข้าไปดูแลและควบคุมการพิมพ์งานด้วยตัวเองด้วย” ขั้นตอนการพิมพ์ “พระนามบัตร” จะทำการพิมพ์สีพื้นก่อนแล้วทำการพิมพ์ฟอยล์ตบท้าย โดยในส่วนจุดสีของนพรัตน์หรือสีอัญมณีทั้ง 9 เม็ด จะต้องพิมพ์ทั้งหมด 18 สี กล่าวคือ พิมพ์ครั้งแรกจำนวน 9 สีหรือ 1 รอบ และพิมพ์ 9 สีอีก 1 รอบทับอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเท่ากับว่า แต่ละสีจะมีการพิมพ์ 2 ครั้ง โดยกว่าจะได้งานออกมาดังที่ตั้งใจ ต้องทำการปรู๊ฟถึง 12 ครั้ง
จาก http://grafiction.blogspot.com/2007/08/blog-post_11.html
edit @ 19 Oct 2009 10:26:51 by \\(..U 3U..)//จุ๊บุ





#1 By ลิงหกกะล้ม on 2009-10-19 03:07