๐ ไม่อยากเป็นควาย
posted on 27 Aug 2009 14:24 by gangjibo
เรื่อง - ไม่อยากเป็นควาย
เขียน - ดร.สายสุรีย์ จุติกุล
วาด - ศาสตราจารย์แสงอรุณ รัตกสิกร
ขาย - ชมรมเด็ก
ย่อย - แก๊งจีโบ
ควายตัวหนึ่งไถนา แช่โคลน นอนคอก มันมีนายที่ห่วงใยมัน แต่ไม่พอ
มันใฝ่ฝันอยากเจริญรุ่งเรืองและมีอารยะอย่างคน
มันจึงเริ่มใช้ชีวิตอย่างคนทันที
กินอย่างคน นอนอย่างคน พูดอย่างคน เดินอย่างคน แต่งตัวอย่างคน
นับแต่นั้น ควายได้เลียนแบบคน เลียนแบบอารยธรรมที่มันเชื่อว่าคือความเจริญ
มีเพียงอย่างเดียวที่ผิดปรกติ..
ควายไม่ยิ้มเหมือนตอนที่มันเป็นควาย ใช้ชีวิตอย่างควาย
มีบางอย่างผิดพลาด?
ควายเที่ยวหาตัวช่วย ลิง นก จนถึงไส้เดือน
ไส้เดือนขอให้ควายเดินตามมันไป..
ควายใช้เวลาเกือบตลอดทั้งวันค่อยๆเดินตามไส้เดือนที่เลื้อยไปอย่างช้าๆบนพื้นดิน
ในที่สุดไส้เดือนก็เลื้อยมาถึงหนองน้ำแห้งขอดเหลือแต่โคลนตมแห่งหนึ่ง
แต่มันไม่ได้หยุด ไส้เดือนเลื้อยนำควายลงสู่แอ่งน้ำนั้น
เมื่อขาของควายสัมผัสกับโคลนเย็นๆ ควายก็สลัดเสื้อผ้าของคน ลงยืนสีขา
กระโจนใส่โคลนตมเย็นสดชื่นที่มันคิิดถึง ที่นั่นเองที่ควาย "ยิ้ม" ออกมาได้
...
ที่มาอันน่าสนใจ
ดร.สายสุรีย์ เรียนจบตรีและโทด้านดนตรีและจบเอกด้านจิตวิทยา เคยเป็นคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนศ.แสงอรุณจบด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์
วันหนึ่งอาจารย์สายสุรีย์มาขอให้อาจารย์แสงอรุณวาดรูปประกอบนิทาน เรื่องหนึ่ง "เห็นว่าลูกไม่ค่อยจะมีหนังสือดีๆอ่านจึงเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา.." อ.แสงอรุณจึงวาดควายไทยน่ารักตัวนี้ออกมา ให้ลูกของอ.สายสุรีย์ได้อ่านสมใจ
ต่อมาอ.แสงอรุณถึงแก่กรรมอย่างปัจจุบันทันด่วนเมื่อปี 2522 ด้วยวัย 56 ปี
สิบ ปีให้หลัง (2532) นิทานที่แม่ให้ลูกด้วยใจและเพื่อนวาดรูปให้เพื่อนด้วยความปรารถนาดีจึงได้ตี พิมพ์เป็นเล่มให้เด็กๆทั่วประเทศได้อ่านเป็นครั้งแรก
...
11 ปีต่อมา
"ไม่อยากเป็นควาย" เป็นหนึ่งในหนังสือดี 100
ชื่อเรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน
ประกาศไว้โดยสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543
ประเภทนิทานภาพสำหรับเด็กอายุ 7-12 ปี
Link
...
ย่อย
"ไม่อยากเป็นควาย" เป็นถ้อยความคิดของควายตัวหนึ่ง แอบนัยเสียดสีจากผู้แต่ง
"..เราจะไปเป็นคน" อาจตีความได้ว่า ถ้า ควาย ในเรื่องมีนัยว่า"คน" แล้วคำว่า คน ในเรื่องจะมีนัยว่าอะไร?
"..แล้วเราจะได้เจริญอย่างคน" จึงเป็นไปได้ว่า คน ในเรื่องหมายถึง กลุ่มคน หรือสังคมที่เจริญแล้ว
"ควายร่ำลาเจ้าของที่ห่วงใย..มุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้าน" ถ้า นา ในเรื่องมีนัยว่า "ชนบท" แล้ว หมู่บ้าน จึงน่ามีนัยว่า "ในเมือง" หรือ "เมืองกรุง"
...
ถ้าตัดทัศนะที่ว่า "ควาย" แปลว่า "โง่" ออกไป (ซึ่งผู้แต่งไม่น่าจะมีเจตนาดูถูกใคร)
...
"ควาย" ตัวนี้จึงอาจเป็นตัวแทนโดยนัยว่า คนจากชนบทคนหนึ่งที่อยากมีชีวิตแบบชาวเมืองที่ตนเชื่อว่า "เจริญแล้ว"
แต่..
"ควายไม่เคยยิ้มเลยตั้งแต่เป็นคน"
ถ้า ยิ้ม ของควายมีนัยว่า "ความสุข" จึงน่าจะตีความได้ว่า "คนผู้นี้ไม่เคยมีความสุขอีกเลยหลังจากเข้าไปใช้ชีวิตในเมือง"
ความกลัดกลุ้มของควายนำไปสู่การหาทางออก มันไปขอให้เพื่อนๆของมันช่วย คนแล้วคนเล่าก็ช่วยมันไม่ได้ เสียเวลาไปมากมาย จนกระทั่งพบกับ ไส้เดือน
ไส้เดือนขอให้ควายทำตามที่มันสั่งทุกอย่าง
"..ควายจึงเดินตาม(ไส้เดือน)มา ใช้เวลาเกือบตลอดวัน"
แล้วไส้เดือนก็นำควายกลับไปที่ ปักโคลนฉ่ำเย็น "บ้าน" ของควายเอง
...
ถ้า ไส้เดือน เป็นตัวแทนของ สิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่ง
ฉันจึงคิดว่ามันน่าจะเป็น "ความรู้สึกอันแท้จริง" ที่ถูก "ความอยากศิวิไลซ์" บีบขยำจนเหลือก้อนนิดเดียวแล้วนำไปซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจ
ซึ่งกว่าคนคนนี้จะรู้ถึง "ความสุขอันแท้จริง" ของตนนั้น เขาต้องใช้เวลาค้นหาเสียเนิ่นนานทั้งที่ ความสุขที่แท้จริงนั้นคือการอยู่ใน "บ้าน" -- อยู่ในที่ที่เหมาะสมแล้วกับตนเอง
ก็เหมือนควายในเรื่อง ที่พยายามใช้ชีวิตอย่างคน แต่สุดท้าย ที่ที่ทำให้มันมีความสุขจริงๆคือปักโคลนที่ไม่สวยงามแต่เย็นชุ่มฉ่ำเหมาะกับ ผิวของควาย
...
คิดลึกไปอีกนิด..
...
ทำไม "ควายไม่อยากเป็นควาย" -- คนไม่อยากทำบทบาทหน้าที่ของตน?
...
ควายไม่เป็นควาย
ลิงไม่เป็นลิง
เสือไม่เป็นเสือ
ชาวนาไม่ทำนา(ขายที่นา), พ่อค้าไม่เป็นพ่อค้า(เป็นโจรขี้โกง)
ครูละทิ้งคำขวัญ"ความรู้คู่คุณธรรม," ข้าราชการไม่ดูแลงานเมือง
ตำรวจไม่สนทุกข์ร้อนปปช., ทหารไม่ปกป้องพรมแดน, ส.ส.ไม่บริหารประเทศอย่างจริงใจ
...
แล้ว ประเทศชาติ ซึ่งหมายถึง ที่ที่เราต้องอยู่ร่วมกันและรับผลกระทบร่วมกันนี้จะเป็นที่ที่เราอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร?
...
อยู่ที่ที่เหมาะ จะอยู่อย่างมีความสุข
ทำบทบาทหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ย่อมสุขอย่างสูงสุด
...
โหะๆ
#1 By mahaoath on 2009-08-27 18:15