๐ วิธีเอาชนะโรคสันหลังยาว
posted on 26 Jun 2009 23:59 by gangjibo
เอาล่ะ..จากเอ็นทรีที่แล้ว ประชาเราก็คงพอจะรู้สาเหตุโรคสันหลังของตัวเองแล้ว ทีนี้มาดูวิธีเอาชนะมันดีกว่านะ..
สาเหตุสำคัญของความขี้เกียจอาจสรุปได้ 2 ประเด็นสำคัญคือ
-
กายไม่พร้อม (1.ความอ่อนเพลีย, 4,พันธุกรรมและสารเคมีในสมอง)
-
ใจไม่สู้ (2.รักความสบาย, 3.กลัวความล้มเหลว, 5.ขาดแรงจูงใจ)
จะเห็นได้ว่าความขี้เกียจมีสาเหตุทางใจถึง 3 ข้อ มากกว่าสาเหตุทางกายที่มีเพียง 2 ข้อ
กลยุทธรับมือกับความขี้เกียจ
เตรียมกายให้พร้อม
ขจัดความอ่อนเพลีย – อาการอ่อนเพลียมักมาพร้อมกับอาการนอนเท่าไรก็ไม่อิ่ม เหงื่อออกตอนกลางคืน อาหารไม่ย่อย ความคิดไม่แล่น ฯลฯ ซึ่งหมอ Jill Thomas นักธรรมชาติบำบัดได้เสนอกิจกรรมง่ายๆขจัดความอ่อนเพลียดังนี้
-
ออกกำลังกายตอนเช้าด้วยวิธีเดินเร็วๆ20-40นาที เป็นอย่างน้อย หรือด้วยวิธีอื่นๆ
-
เติมพลังด้วยมื้อเช้าเส้นใยสูง โปรตีนต่ำ ไม่หวาน เพื่อให้ระดับน้ำตาลในร่างกายคงที่ ทำให้ร่างกายไม่หิวเร็ว
-
กินผักมากกว่าเนื้อ ควรกินผักผลไม้และธัญพืชอย่างน้อยวันละ3-5ขีด เพื่อรักษาสมดุลกรดในเลือด ร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 1.5-2 ลิตรเพื่อการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายดีขึ้น และควรดื่มน้ำตาม1-2แก้วหลังดื่มชาหรือกาแฟ1แก้วทุกครั้ง
-
กินไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่าง อย่างเช่น โอไมก้า-3 โอไมก้า-6 เพื่อช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีไม่เบลอ..
เตรียมใจให้กล้าแกร่ง..
ด้วยบันได 8 ขั้นเอาชนะใจตัวเอง

www.cyclingpics.com.au
-
ทำด้วยใจรัก – ความเป้นตัวของตัวเองสร้างพลังงานและความคิดสร้างสรรค์ให้คุณได้ไม่มีวันหมด
-
กฎ 15 นาที – ฝึก “ลงมือทำ” อะไรสักอย่างให้ได้ 15 นาที แม้ผลของงานในตอนแรกๆจะไม่ค่อยดีแต่นี่เป็นรากฐานของความสำเร็จเชียวนะ

sportige.com
-
เปิดรับความท้าทาย – ลบคำว่า “ฉันทำไม่ได้” ออกจากสารบบของคุณซะ และยอรับความผิดพลาดเป็นครู
-
มองภาพเล็กไว้ก่อน – คุณจะมีกำลังใจเมื่อคุณทำความคาดหวังเล็กๆของึคุณได้สำเร็จ การหวังผลระยะไกลทำให้คุณท้อถอยได้ง่าย ดังนั้นจึงควรวางแผนงานเป็นลำดับขั้นตอนหรือแบ่งงานหวังผลทีละชิ้นทีละขั้นจะดีกว่า
-
ติดตามความคืบหน้า – ด้วยการเขียนบันทึกความก้าวหน้าของตัวเอง คุณจะจดจ่ออยู่กับเป้าหมายได้นานขึ้นและมองเห็นหนทางของความสำเร็จชัดขึ้น
-
ให้คำมั่นสัญญา – สัญญากับคนใกล้ชิด เพื่อนฝูงเพื่อผูกมัดคุณให้ทำตามเป้าหมายและสร้างความฮึกเหิมให้กับตัวคุณเอง
-
เป็นผู้รอที่ดี – เลิกหวังผลแบบทันทีทันใด หัดอดใจรอเสียบ้างเพราะผลของงานในอนาคตย่อมยิ่งใหญ่กว่า
-
ให้รางวัลตัวเอง – ให้รงวัลตัวเองบ้างเมื่องานเล็กๆสำเร็จลง เช่นหยุดพักผ่อน เพื่อสะสมเป็นแรงสู้ต่อไป
ดูๆแล้ว บันไดทั้ง 8 ขั้นตรงกับหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา คืออิทธิบาท 4
ฉันทะ (1.รักในงานที่ทำ)
วิริยะ – ขยันหมั่นเพียร ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (2.กฎลงมือทำ15นาที, 3.เปิดรับความท้าทาย)
จิตตะ – ใจจดจ่อกับสิ่งที่ทำ (4.มองภาพเล็กไว้ก่อน-สำเร็จทีละขั้น, 5.ติดตามความคืบหน้า-มองเห็นภาพพรวม)
วิมังสา – สอดส่องในเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ (6.“สัญญาต้องเป็นสัญญา”, 7.”อดเปรี้ยไว้กินหวาน”, 8.”เมื่อสำเร็จฉันจะให้รางวัลตัวเอง”)
ถ้าพิจารณาให้ดีการเอาชนะความขี้เกียจก็น่าจะเป็น “งาน” ชิ้นแรกๆทีเราควรทำให้สำเร็จสำหรับ ณ ขณะนี้ แต่อ่านไปอ่านมามันก็เรื่องที่เรารู้ๆกันอยู่แล้วแต่เราไม่สามารถทำตามกระบวนการเหล่านี้ได้เสียที อ่ะ จริงไหม เพราะเรายังไม่ค่อยจะมีความอยากหรือใจรักที่จะละจากเตียงนุ่มๆ รายการโปรดในทีวี หรือความเคยชินเดิมๆของตัวเอง
มีข้อคิดดีๆจากพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) สอนไว้ถึงการทำการงานให้สำเร็จไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นที่ “ฉันทะ” ก่อนก็ได้ เช่นคน 2 คน คนหนึ่งรักงานที่ทำ ทำงานเก่งกว่าอีกคนก็ย่อมมีความสุขกว่า ในขณะที่อีกคนไม่เก่งแต่พยายามขยันหมั่นเพียร สักวันเขาก็ย่อมเก่งขึ้นมาได้และมีความสุข ตรงข้ามกับคนอีกคู่ คนหนึ่งรักงานที่ทำจะสนใจกับเรื่องปลีกย่อยอย่าง รางวัล เงินทองน้อยลง ในขณะที่อีกคนไม่รักงานแต่หวังประโยชน์จากผลของงานก็จะใช้ทางลัดทางโกงเพื่อให้ตัวเองทำงานน้อยลงแต่ได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งก็มีตัวการจากความขี้เกียจนั่นเอง..
ดังนั้น ที่สุดแล้วรางวัลของชีวิตอาจไม่ได้อยู่ที่ผลงานเสมอไป การทำชีวิตให้สมดุล ทำความดีอยู่เสมอ ไม่หลงไปกับความสะดวกสบายชั่วครู่ จนทำให้ตัวเองพลั้งเผลอก่อความชั่วร้าย จะดีอย่างไรถ้ามีความสะดวกสบายแต่ไร้ความสุขใจ..
...
ขอให้โชคดี
...

จาลองดูค่ะ

ขอไปนอนก่อนดีกว่า ฝันดีนะคะ
#1 By eeddy(อี๊ด) on 2009-06-27 00:10