...

ต่อจาก ตั้นสุ่ย ตอนที่แล้ว จุ๊บุจะพานั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี เจี้ยนถัน

Jiantan Station

劍潭 "เจี้ยนถัน" อากู๋แปลทีละตัวได้ดังนี้ - 劍 (เจี้ยน) แปลว่าดาบที่มี 2 คม, 潭 (ถัน) แปลว่าลึก

ชื่อ-นามเมืองบอกอะไรเราได้บ้างนะ?

เจี้ยนถันเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อกับสถานีตั้นสุ่ย มีชานชาลาเดี่ยวแต่เทียบรถไฟฟ้า 2 ฝั่ง (island platform) สถานีเจี้ยนถันเป็นที่รู้จักกันดีจากสถาปัตยกรรมชานชาลารูปกระดูกเรือซึ่งวิศวกรได้แรงบันดาลใจจาก >>เรือมังกร<< (เรือยาวตกแต่งรูปหัวมังกรสำหรับแข่งขันDragonboat)


wikipedia

Link >>ที่นี่<< 

เขตซื่อหลิน (士林區) อากู๋แปลให้ 士 (ซื่อ) แปลว่า ปราชญ์, 林 (หลิน) แปลว่า ป่า เดิมชาวพื้นเมืองหมายความว่า "บ่อน้ำร้อน" ต่อมาเมื่อเชื่อมโยงกับคำในภาษาจีนกลาง "士多如林" (ซื่อตัวหรูหลิน) ชื่อซื่อหลินนี้จึงหมายถึง "มีปราชญ์มากเท่าต้นไม้ในป่า" เห็นจะจริงจากประวัติศาสตร์ เจียง ไคเช็ก ผู้นำกบฏก๊กมินตั๋ง เคยอาศัยที่นี่ ซื่อหลินยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย 3 แห่ง โรงเรียนนานาชาติอีก 2 แห่ง และเป็นเขตที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากที่สุดอีกด้วย

Shilin Night Market

ตลาดซื่อหลิน เป็นตลาดโต้รุ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของไต้หวัน พ่อค้าแม่ค้าเริ่มตั้งแผงตั้งแต่ 4 โมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียนของนักเรียนนักศึกษา และตลาดวายตอนตี 2 



ป้ายเยอะมาก บรรยากาศอวลด้วยกลิ่นอาหารหอมๆ ที่ทางก็สะอาดสะอ้าน



แม่ค้าร้องเรียกลูกค้า, ขนมแป้งทอด(คล้ายกะลอจี๊), ไส้กรอกหมูยาวเท่าฟุตลองไบต์ในเซเว่น

แผงปูนึ่งเครื่องเทศ หอมน้ำลายย้อย..



ก๋วยเตี๋ยวพะโล้ กระชอนลวกเส้นเยอะมาก



ร้านต้มพะโล้, ร้านพะโล้อีกร้าน



เต้าหู้ต้ม กับหมูแดงห่อแป้งมันหวานที่ได้ชิมไปแล้วเมื่อกลางวัน คลิกดูภาพพร้อมเสิร์ฟ >>
ที่นี่<<



โอเด้ง

อาหารญี่ปุ่น? แต่เท่าที่รู้ "โอเด้ง" เป็นอาหารยอดนิยมของชาวไต้หวันเลยล่ะ ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็คงเหมือนร้านลูกชิ้นปิ้งลูกชิ้นทอดที่หาง่ายยามหิว

เพิ่งจะเคยกินแบบนี้ นึกว่าเหมือนชาบูบุฟเฟ่ต์ หรืออย่างร้านโอเด้งแผงลอยในสารคดีที่ลูกค้าจะบริการตัวเองทุกอย่าง..

วิธีสั่งก็เหมือนเล่นขายของ คีบสิ่งที่คุณอยากกินใส่จาน ซึ่งจะมีทั้งลูกชิ้น แป้งข้าวเหนียวดำ(คนที่นี่ชอบกินแป้งข้าวเหนียวมากเลย) ข้าวโพด เต้าหู้ ไส้กรอก เห็ด ผัก ฯลฯ ถ้าเป็นเนื้อ ข้าวโพดหรือเต้าหู้ก็ให้คีบเท่าที่จะกินได้ แต่เห็ดและผักคีบอย่างละ 1 อันเท่านั้น ซึ่งหมายถึง 1 อันที่มัดด้วยยาง

ตอนแรกไม่รู้ นึกว่าเห็ด 1 กระจุกเนี่ยจะกินอิ่มรึ? เลยคีบหลายอัน แถมจัดแจงเอาไปจุ่มในรางซุป(รางต้มซุปและลูกชิ้นในภาพ)กะให้มันสุก แบบว่าบริการตัวเอง..ไม่ต้องห่วงฉัน พอเอาเห็ดเข็มทองจุ่มลงน้ำซุปเท่านั้นแหละ แม่ค้าวี้ดว้ายกันใหญ่ เรายืนงงพักหนึ่งรอคุณจางหายขำแล้วอธิบายว่า ผักมัดยางเหล่านั้นเป็นแค่ตัวอย่างออเดอร์ เดี๋ยวพนักงานจะผัดเป็นจานมาให้.. แฮ่ะๆ มิรู้หนิ แต่คนไต้หวันอารมณ์ดีและใจเย็นจังเลยนะ  ไม่โวยวายด้วย

ตอนอาหารถูกเสิร์ฟ จุ๊บุได้ลูกชิ้น 1 จานใหญ่ กับผัดผักอีก 1 จานใหญ่ ทั้งหมดสองร้อยกว่าเหรียญ คนอื่นจ่ายประมาณร้อยเหรียญสำหรับลูกชิ้นและผักใน 1 จาน กินจนเจ๊กอั๊กเลยT_T อิ่มมากกกก....



士林麵包船 (ซื่อหลินเมี่ยนเปาฉวน) ฮอตด็อกซื่อหลิน ฮอตด็อกไข่พะโล้หน้าตาน่ากิน



แผงอาหารไทย 2 ร้าน - ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ลาบเนื้อ ส้มตำ ฯลฯ (ร้านอาหารไทยแต่ทำไมพ่อครัวใส่ชุดญี่ปุ่นหว่า?)



"ต๊อกบอกกิ" (tokbokki ) ขนมแป้งข้าวเหนียวผัดซอสเผ็ด อาหารกินเล่นยอดนิยมของชาวเกาหลี คงถูกปากชาวไต้หวันเพราะทำจากแป้งข้าวเหนียววัตถุดิบที่คนที่นี่ก็นิยมนำมาทำเป็นอาหารเหมือนกัน



แผงผลไม้ น่ากินทุกอย่าง แต่ที่อยากเป็นพิเศษคือ "Custard apple" (ขวาบน) อ่ะงงดิ?

ก็ น้อยหน่า หรือ บักเขียบ บ้านเราน่ะแระ แต่เรียกให้กระแดะเพราะความใหญ่ เนื้อฟู หวานนุ่มมาก แต่ตะกอนกรวดๆน้อยกว่า กัดสักคำเหมือนได้กินแอปเปิ้ลละลายได้ในปาก รสชาติหวานชื่นรื่นรมย์ เฮือก..



ขนมตังเมทำเป็นอมยิ้ม, อ้อยย่าง, ข้าวโพดปิ้ง,

ไอศกรีมลงไข่, แป้งข้าวเหนียวปิ้งชุบน้ำเชื่อม ถั่วและผักชี, ซีฟูดน้ำแดง



รถขายมันเผา เผาด้วยโอ่งบนรถนี่แหละ



น้ำผลไม้ปั่น มะระ มะละกอ แคคตัสก็ปั่นได้ กล้ากินไหม?



น้ำอะไร? ป้ายโฆษณาบอกว่า "น้ำไข่กบ" กึ๋ย..



น้ำเปรี้ยวๆหวานๆใส่สาคูเม็ดหน้าตาเหมือนไข่กบ คล้ายพวกเครื่องดื่มชานมไข่มุกเทือกนั้นนั่นเอง



เครื่องเล่นสารพัด



เกมตกกุ้ง และจุดจบของมัน



ตลอดการเดินชมตลาดจะได้ยินเสียงกลอง ปะทัด และพลุเป็นระยะๆ พอเริ่มดึกเสียงกลองก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับความเบียดเสียดของผู้คนที่เริ่มกรูถอยร่นกันมาทางพวกเรา เหมือนจลาจลย่อมๆแต่ที่จริงแล้วพวกเขาเพียงแต่เดินหนีปะทัดที่จัดวางบนพื้นถนนเตรียมจุด  นักท่องเที่ยวเดินหลบเข้าในร้านค้าบ้าง หลังแผงหรือเครื่องกำบังอื่นๆบ้าง ปลอดภัยไว้ก่อน แม่ค้าคนหนึ่งเรียกให้กลุ่มเราเข้าไปหลบในร้านด้วย เพราะน้องปุ้นขวบกว่ากลัวเสียงปะทัดตั้งท่าจะร้องไห้ นักท่องเที่ยวต่างรอคอยขบวนกลองท่าทีสนุกสนาน เราเดินออกไปถ่ายรูป รถกลองนำหน้ามา ตามด้วยเกี้ยวเทพเจ้า และจุดปะทัดไล่หลัง มันคล้ายงานทรงเจ้าที่ภูเก็ตที่เกี้ยวจะกวัดแกว่งไปมาราวกับมันแกว่งได้เอง แล้วชาวบ้านร้านตลาดก็จะจุดธูปถวายของเซ่นไหว้



จุดพลุกันตรงนี้, พลุเป็นพัน, ซากอารยธรรม 

"耶穌愛你"

เฮ้ "เยซูก็รักคุณนะ"

ป้ายจากโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง

ไต้หวันมีความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจากหลากหลายชาติเข้าไว้ด้วยกัน แต่วัฒนธรรมจีนยังคงเป็นแกนหลักโดดเด่นอยู่ จะถามว่าไต้หวันเป็นชาตินิยมไหม เท่าที่เห็นไม่มีสินค้าติดป้าย "中國產" (จงกั๋วฉาน) หรือ "เมดอินไชน่า" เลย

ครั้งหนึ่งมีโอกาสถามคุณจางเกี่ยวกับเรื่องนี้

จุ๊บุ - คนไต้หวันรู้สึกอย่างไรเมื่อถูกเรียกว่า Chinese?

คุณจาง - มันก็โอเคนะ แต่พวกเขาไม่ชอบเท่าไรหรอก

จุ๊บุ - ถ้าอย่างนั้นควรเรียกชาวไต้หวันว่าอย่างไร?

คุณจาง - "Taiwanese" ค่ะ

จากที่คุณจางบอก และอีกหลายๆอย่างที่เราสังเกตเห็น ทำให้รู้สึกว่าไต้หวันพยายามจะออกจากร่มเงาความเป็นจีน"แผ่นดินใหญ่" แต่ไม่ใช่ออกจาก"วิถี"จีน ยกตัวอย่างอักษรจีน - ถ้าใครให้อากู๋ช่วยแปลบ่อยๆก็จะสังเกตเห็นว่ามีภาษาจีนอยู่ 2 อย่างได้แก่ จีนดั้งเดิม "Traditional Chinese" และ จีนประยุกต์ "Simplified Chinese" โดยไต้หวันจะใช้อักษรจีนแบบดั้งเดิม ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่จะใช้อักษรจีนแบบประยุกต์ซึ่งเขียนง่ายกว่า ตัวอย่างเช่น 國 (ดั้งเดิม) 国 (ประยุกต์) ทั้งสองอ่านว่า "จงกั๋ว" และแปลว่า ประเทศจีน เหมือนกัน

และไม่ใช่เพียงวิถีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน ระบอบการปกครอง คุณภาพชีวิตก็ต่างกันด้วย จีนเป็นเจ้าเศรษฐกิจของโลกแต่คุณภาพชีวิตของชาวจีนกลับสู้ชาวไต้หวันไม่ได้

เพิ่มเติม..ไต้หวันยังเล่นพลุเล่นปะทัดอยู่ ในขณะที่จีนออกกฎหมายห้ามไม่ให้ชาวบ้านเล่นพลุเล่นปะทัดเพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดเพลิงำไหม้ เนื่องจากในแหล่งชุมชนของจีนไม่ค่อยมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่ดีพอ ในขณะที่ไต้หวันจะมีถังดับเพลิงเตรียมพร้อมอยู่ทุกอาคารสถานที่และสังเกตเห็นได้ง่าย

หลายปีที่ผ่านมาไต้หวันพยายามสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรมของตัวเองให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จากร่มเงาความเป็นจีนแผ่นดินใหญ่ ก็คงเหมือนการออกจากความเป็นคอมมิวนิสต์กลายๆ การที่ไต้หวันยิ่งแตกต่างจากจีนมากเท่าไร ชาวโลกก็จะรู้จักไต้หวันมากขึ้นในฐานะ "ประเทศหนึ่ง" ไม่ใช่ "ส่วนหนึ่ง" ของจีน

...

สถาที่ท่องเที่ยวอื่นๆ - อุทยานแห่งชาติหยางหมิง, พิพิธภัณฑ์the National Palace Museum, บ้านพักท่านเจียงไคเช็ก ฯลฯ

...

Link >>yeinjee's Asian Journal<<

...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ง่ะ น้ำมะระปั่น sad smile

น่ากิน อยากไปเที่ยวมั่ง ฮืออ

#1 By PHAR' on 2009-03-28 16:36

ดีคับ พี่แก็งจีโบ แวะมาเยี่ยมคับ big smile
ปล.น่ากินอ่ะ แปลกดีด้วย ยกเว้นไอ้น้ำไข่กบนะ sad smile
ปล2.อยากลองอ้อยย่างอ่ะ ที่ไทยจะมีป่ะเนี่ย
ภาพสวย ของกินหลากหลาย น่ากินทั้งนั้นเลยนะคะ
เห็นแล้วอยากกินอยากช้อป..

cry

#4 By MomMom on 2009-03-28 18:31

ของกินเยอะแยะมากมาย

#5 By ลูกคนโตเอง on 2009-03-28 19:18

อยากกินอมยิ้มๆๆๆ
อยากกินหมดเลยยย

#7 By b-padung Studio on 2009-03-28 20:30

ตลาดนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
ของกินแบบว่า .. เห็นแล้วจุก -_-'
อ๊ากกกกซ์

น่ากินยิ่งนัก...

ขอให้อ้วนกลมแข่งกับเจ้าหลิม...

#9 By ซับบาธ... on 2009-03-28 21:05

อยากกิน ปูนึ่ง อยากกินต้มพะโล้ อยากกินโอเด้ง
แต่น้ำมะระกับแคกตัวนึกภาพไม่ออกเลยวุ๊ยsad smile

#10 By wesong on 2009-03-28 22:50

แคคตัส+ พิมพ์ผิดๆsad smile

#11 By wesong on 2009-03-28 22:51

อยากไปม่าง
ปอลอ.มีของเล่นสังกะสีบ้างแมะconfused smile

#12 By (^_^)/nana on 2009-03-28 23:55

อยากกินปูนึ่งเครื่องเทศconfused smile

#13 By V@R on 2009-03-28 23:57

อา... มันดูเยอะมาก...

เห็นแล้วไม่รู้จะเลือกกินอะไรเลย.. ติดใจอ้อยย่างมาก ๆ เพิ่งเคยเห็นแบบนี้

น้ำไข่กบนี่..sad smile ร้านข้าง ๆ ในวันหน้าอาจจะมี "น้ำเมือกคางคก" สินะquestion (แต่จะว่าไปตอนเด็ก ๆ ก็เคยไม่กินสาคู เพราะโดนหลอกแบบนี้แหละ บ้าบอจริง ๆ เลยชั้นนี่)
สงสารกุ้ง

#15 By ตุ้ย since 2006 on 2009-03-29 13:56

ของกินละลานตา น่ากินน่าลองไปซะทุกอย่างเลยนะคะ

#16 By eeddy(อี๊ด) on 2009-03-29 18:37

open-mounthed smile open-mounthed smile

#17 By mp3 (222.123.41.105) on 2009-07-09 23:28

ดูของกิน

น่าลองเนอะท่าทางอร่อย

#18 By panil (117.47.120.121) on 2009-12-01 17:37

#19 By Piper22 (194.44.97.14) on 2009-12-15 00:10