๐ ไทเป#1 อาหารอร่อย รองเท้ากัด
posted on 17 Feb 2009 11:43 by gangjibo
หลังจากที่ดองเรื่องและรูปไว้ครบ 1 สัปดาห์พอดี... จุ๊บุจะขอนำมิตรรักแฟนเก่า-ใหม่ไปเที่ยวไทเปกันสัก 3 เอ็นทรี สำหรับเอ็นทรีนี้เป็นบรรยากาศการเดินทางวันแรกและการดูงานไทเปบุ๊คฯ นะจ๊ะ ละเอียดยิบชนิดที่อาจมีคนหลับไปก่อนจะอ่านจบ..
เช้าวันที่ 6 ก.พ. เค้ายังทำความสะอาดบ้าน อาบน้ำให้"หลิม"น้องหมาผู้น่ารักแล้วนั่งกอดกันอย่างสบายใจเฉิบแม้จะนอนตีสามเพราะตัดใจทิ้งชุดสวยบางชุดไว้ที่บ้านไม่ได้ แต่สุดท้ายกลับต้องตาลีตาเหลือกอาบน้ำแต่งตัว เพราะพี่ๆผู้ร่วมเดินทางมารับเร็วกว่ากำหนดเดิม 1 ช.ม. คาดว่าจะรีบไปตบยุงที่สนามบิน ผมฉันยังไม่ได้สระ หน้าก็ไม่ได้แต่ง เล็บไม่ได้ทา หมาไม่ได้ร่ำลา อ๊ากกกก...ที่จริงก็ดีนะเพราะคุณพ่อพี่อรที่อาสาไปส่งไม่ชำนาญทาง
โอ้..สุวรรณภูมิมันช่างงามงด โถงทางเดินไปเกตให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท้องปลาวาฬ ตั้งแต่ฝาผนัง เครื่องตกแต่ง ไปจนถึงราวระเบียงทางเดิน คาดว่าจะล่อฟ้าได้เป็นอย่างดีในฤดูฝน..อ่ะล้อเล่น แม้จะดูเป็นโลหะแต่แลไม่หนักอึดอัดเพราะอาคารโปร่งสบายตาและน่าจะช่วยประหยัดพลังงาน
พวกเรามีเวลาเตร็ดเตร่กินข้าวเหนียวหมูปิ้งปริมาณพอสำหรับทีมฟุตบอลหมดไป 1 ชุด เดินเล่นเอาหน้ารองเท้าถูพื้นทางเดินอย่างจงใจคาดว่าจะให้ตัวเองล้มฟาดฟ้องเรียกค่าเสียหาย แต่ไม่เป็นผล จับผิดอะไรไม่ได้ เลยแวะร้านปลอดภาษี ชิมอาหาร ชมหัตถกรรม และ ทดลองสินค้าสมุนไพร หีบห่อบรรจุภัณฑ์สวยงามแลดึงดูดใจนักช็อปเป็นอย่างยิ่ง เดินเล่นนานหิวอีกแล้ว เลยแวะร้าน"กินด่วน" สั่งมันเส้น หอมทอด มากินกันชนิดเหลือบาน ไม่ได้อิ่มจากหมูปิ้งหรอกนะ เราบรรจุได้อีกเพราะเป็นมนุษย์ถุงปุ๋ย "Hollow legs" แต่เค้าไม่ชอบของทอดเลย ให้ตาย ใครกินได้กินไป ใครจะว่ากระแดะก็ว่าเลย เราอ้วนด้วยข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยวล้วนๆ..
กระเป๋า 4 ใบ สำหรับผู้ใหญ่ 4 เด็ก 1 กำลังดีเนอะ หึหึ ไม่รู้ล่ะสิว่าสาวนักช็อปเขาซ่อนอะไรไว้..ไปดูตอนจบเอ็นทรีท้ายสุดละกัน
เดินไกลกันพอดูชนิดที่เด็กน้อย"ปุ้น" หน้ามุ่ยปวดอึ งานเข้ากลางสนามบิน คุณแม่น้องอายแทนน้องปุ้น "ขี้แตกที่เก่าเวลาเดิมเลยนะลูก" เจ้าหน้าที่คนไหนจะรับผิดชอบ..
พอถึงที่พักในเกต โอ้แม่ ทิวทัศน์มันแจ่มจริงๆ ชักภาพเป็นการใหญ่ หน้าเด็กหลังหมดทุกข์นี่ก็ช่างร่าเริงน่ารัก ถ่ายรูปกันสนุกจนถึงเวลาขึ้นเครื่อง
เราเดินทางเที่ยวบ่ายโดยสายการบิน KLM สัญชาติเนเธอร์แลนด์เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ไทเป-อัมสเตอร์ดัม ทำไมต้องเป็นเที่ยวบินแวะจอด?...ได้ความว่ามันถูกกว่าสายตรง... อันนี้ต้องไปพิสูจน์กันเอาเอง
มากับเด็กเล็กนี่นะ เขาเลยจัดที่นั่งตอนกลางแถวหน้าสุดที่มีผนังกั้นไว้ใช้แขวนเปลเด็ก ทัศนวิสัยไม่ดี แต่ได้รับการเอาใจจากแอร์และสจ๊วตเป็นอย่างดี เที่ยวบินนี้มีสจ็วดมากเป็นพิเศษด้วย หุหุ
คนที่บริการฝั่งเรานั้นหล่อและใจดี Angel on my way, by my side หะหะ พ่อคุณทูนหัว
ตอนเสิร์ฟมื้อเย็นสมองเราต้องจูนกับภาษาอังกฤษสำเนียงดัตชี่ กำลังงงๆกับพ่อสจ๊วตแนะนำอาหารอยู่ดีๆ เจ๊แอร์ก็ส่งโพยกระดาษเขียนภาษาจีนให้เราอ่าน...อ่านไม่ออกสักตัวแต่คาดว่าจะเป็นเมนูอาหารนั่นเอง เออใช่ ฉันหน้าหมวย เดี๋ยวฟ้องร้องข้อหาทำร้ายจิตใจเลย แฮ่ แง่ง.. ดีนะสจ๊วตสุดหล่อมาขัดจังหวะ น่ารักจริง สุดหล่อเปิดกล่องอาหารให้ดูทีละกล่องเลย ถ้าให้ชิมและป้อนด้วยคงจะดีกว่านี้ อาหารรสซาดปานโกบอยร้านตามสั่ง มี 2 อย่างให้เลือก คือ หมี่เจแห้งผาก และ สตูแหวะที่เค้าเกลียด แต่หน้าหนุ่มสจ๊วตนั้นช่วยให้กินได้เยอะเลย แฮ่ๆ ที่อร่อยสุดคือยำวุ้นเส้นที่กินยังไงก็ไม่เผ็ด แต่รสซ่าๆ spicy นั้นโอเคมากๆ คาดว่าคงถูกปากฝรั่งด้วยเพราะนายคนแถวตรงข้ามซู้ดกินเสียงดัง..
ลงจอดสนามบินนานาชาติเถาหยวน Taoyuan International Airport 4 ทุ่มมั้ง อุณหภูมิ 18 องศา แลกเงินไต้หวันเสร็จ แล้วนั่งรถเช่าคันหรูจากสนามบินราคา 1,300 เหรียญ สำหรับระยะทาง 50 นาที ข้าวเหนียวหมูปิ้งที่เหลือมากรุ่นรถแวนคันงามชวนให้หิวอีกหน..
ถึงโรงแรม Hondo Hotel ตั้งอยู่บนถนน นานกิงตะวันออก ตรงข้าม ไทเปยิมเนเซียม และ ไทเปอารีน่า ห่างจากที่ทำการไปรษณีย์ 100 เมตร มีตลาดและห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่ไกลนัก แต่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าเกือบครึ่งกิโลเมตร จะสะดวกกว่าถ้าใช้บริการรถประจำทางหน้าโรงแรม หรือโบกแท็กซี่
ตัวโรงแรมดูเหมือนอพาร์ตเมนต์ตกแต่งสวยงามภูมิฐาน ห้องมาก บริการดี สะอาด ราคายุติธรรม(คืนละ 2 พันแก่ๆ สำหรับห้องdelux มีห้อง business และห้อง japanese ด้วย)
พอถึงห้องพัก จุ๊บุและพี่อรเพื่อนร่วมห้องกะโดดใส่เตียงก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อหยั่งดูว่าจะลืมตาอยู่ได้สักกี่นาทีบนเตียงนอนของที่นี่ จากนั้นก็ทำการสำรวจห้องพักอย่างตื่นเต้น..
ป้ายหมายเลขห้องน่ารัก เตียงนอนสบาย เครื่องเรือนสวยงาม ตู้เสื้อผ้าฝังผนัง มีที่แขวนเสื้อไม้อย่างดีหลายอันเหมาะจะแขวนสูทและเสื้อผ้าที่ทะนุถนอมเป็นพิเศษ มีถุงกระดาษอาบมันใบโตยี่ห้อโรงแรม แปรงปัดเสื้อผ้า รองเท้าแตะผ้า 2 คู่เผื่อไว้นอกเหนือจากแตะหนัง 2 คู่ตรงประตู ผ้าห่มสำรอง ตามภาพตู้วางกาต้มน้ำร้อน มีชาซอง 2 กาแฟ 2 น้ำดื่มอีก 2 ขวด แก้วน้ำ ชุดถ้วยและกาน้ำชา โต๊ะเครื่องแป้ง มีไดร์เป่าผม กิ๊บยักษ์หนีบผม และถุงยางอนามัย สายอินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ โซฟานุ่ม2ตัวไว้ให้คู่รักนั่งคุยกันหนุงหนิง กินผลไม้ที่โรงแรมมีบริการให้และจีบกันด้วยดอกกุหลาบงามๆในแจกัน ที่ทางเดินสะดวก พื้นพรมไม่มีกลิ่นตุ แล้วตู้เย็นอยู่ไหน..กลับไปที่ภาพข้างบนใต้กาต้มน้ำที่ดูเหมือนลิ้นชักนั่นคือบานประตูตู้ที่ซ่อนตู้เย็นไว้ มีน้ำอัดลมแช่ไว้ให้ด้วย 2 กระป๋อง โอ๊ยหลอกกันหนิ สำรวจใหม่อีกรอบ ตู้ทั้งหลายที่แลดูเป็นลิ้นชักเป็นแค่ลวดลายเกือบทั้งหมด โฮ่ย..นึกว่าจะได้เก็บซ่อนของกันสนุกซะอีก
เครื่องดื่ม ผลไม้ ของใช้เติมให้ทุกวันไม่มีขาด..

ไปดูห้องน้ำบ้าง สิ่งที่แลดูเป็นเชิงเทียนบนอ่างล้างมือนั้นแท้จริงมันคือที่วางกล่องรูปร่างหน้าตาเหมือนเทียนไขหลายกล่องบรรจุหมวกคลุมผมอาบน้ำบ้าง ผ้าก็อต สำลีก้าน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี ที่ตะไบเล็บ ฯลฯ หลอกอีกแล้ว..แต่เจ๋งอ่ะ แล้วนั่น กระดาษทิชชูพับริม จ๊าก ระลึกนึกถึงหนัง "แก๊งชะนีกับอีแอบ" ขึ้นมาทันที อะไรจะเนี้ยบขนาดนี้ แถมยังมีกระดาษรองนั่งเหนือโถนั่นอีก มิน่าล่ะตามเข้าไปอ่านคำวิจารณ์ ใครๆก็ให้ฮอนโดะตั้ง 4 คะแนนจาก 5...สมกับที่เป็นโรงแรมในเครือของญี่ปุ่นจริงๆ ยังจ้ะ ยังไม่หมด..

นาฬิกาปลุกที่พ่วงสวิตช์ของหลอดไฟทุกดวงในห้องอยู่ข้างโทรศัพท์ สะดวกจัง ใช้หัวปลั้กแบบมีสายดินระบุว่า 110V หัวปลั๊กแบบพี่ไทยก็พอจะใช้ๆกันได้ มีแผนผังทางหนีไฟแจกแจงไว้ที่ประตูห้อง เครื่องจับควัน ฉีดน้ำ ป้ายทางออก แถมสวนหย่อมสวยงามไว้ให้ชักภาพเป็นที่ระลึก
เอาล่ะไม่ได้ค่าโฆษณา...ออกไปซื้อของที่ร้านเซเว่นหลังโรงแรม ได้บะหมี่ถ้วยรสกิมจิมากินประทังชีวิตสำหรับมื้อดึก ก่อนจะหลับเป็นตายจนถึงเช้า.. กินมื้อเช้าที่โรงแรมจัดให้ มีwestern set และแบบ Asian set เห็นแบบตะวันตกเป็น แฮม ไข่ดาว ขนมปัง...ก็ดีอยู่หรอก แต่ไส้กรอกนี่หน้าตาเหมือนหาบเร่บ้านเรา กินแบบเอเชียดีกว่า แป๊บหนึ่งพนักงานก็มาเสิร์ฟ ความดีใจลดลงนิดหนึ่ง เพราะมันคือข้าวต้มกุ้ยบ้านเราดีๆนี่เอง มีผัดผัก แตงกวายำน้ำมันงา(หะหะ ของชอบ) ไข่เค็ม หมูหยอง ของโปรดเราทุกอย่าง ข้าวต้มก็มาในชามโตไว้ตักใส่ถ้วยพุ้ยกินด้วยตะเกียบอีกที นอกจากนี้ยังมีสลัดบาร์ น้ำสลัดแซ่บจ๊อด ส้มเช้ง และแตงโม นมสด ซีเรียล น้ำชา กาแฟ ฯลฯ เฮ้ย พอเถอะ เกรงใจจังอ่ะ.. จะดูแลดีไปไหน..
กินมื้อเช้าเสร็จ อาบน้ำแต่งตัวอย่างสำราญใจ โบ๊ะหน้าอ่อนๆ(สงสัยจะอ่อนมากๆ)ปัดมาสคาร่าวอเตอร์ปรู๊พ ฤดูหนาวไทเปฝนตกปรอยๆนะ ถือร่มไปด้วย แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ อาศัยหมวกผ้าใบนั่นแทน หน้าโบ๊ะนั้นจึงโดนฝนทั้งวัน...เป็นหมีแพนดาคาร่าตอนไหน มิมีเพื่อนร่วมเดินทางคนไหนบอกได้ จุ๊บุได้แต่เช็ดมาสคาร่าใต้ตานั้นทิ้งไปพลางกังวลถึงหนุ่มหน้าตาดีที่เค้าเห็นบนรถไฟ ใจนึกสับสน เขามองเห็นตาแพนด้ารึเปล่าว้า ไม่รู้เลย วุ่นวายใจ เวิ่นวือ...เวิ่นวือ...เวิ่น...วือ...อยู่พักหนึ่งก็ทำใจได้ ไปดูงานหนังสือฯกันเถอะ
"Taipei International Book Exhibition 2009" หรือ 2009TiBE จัดขึ้นที่ Taipei Worldtrade Center ใจกลางกรุงไทเป (คนไต้หวันออกเสียงว่า ไถเป่ย (台北) ) ตั้งแต่วันที่ 4 - 9 ก.พ. สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยเป็นหนึ่งหน่วยงานที่ได้รับเกียรติเป็นแขกกิตติมศักดิ์ไปร่วมแสดงหนังสือและสิ่งพิมพ์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก "Taipei Book Fair Foundation" ไต้หวันสนับสนุนเรื่องธุรกิจหนังสืออย่างมากเลยล่ะ
จุดประสงค์หลักของนิทรรศการจากประเทศไทยเน้นไปในเรื่องการขายลิขสิทธิ์ นำเสนอนักเขียนนักวาดเก่งๆ และ ผลงานเด่นๆของคนไทยจากทุกสำนักในประเทศ "Spotlight on Copyrights : Recommended writers and titles from Thailand"
ข้อความที่สื่อออกไป คือ การทำความรู้จักความเป็นไทย - การเติบโตของภูมิปัญญา "Reading Thai : The expansion of knowledgr in Thailand"
(ข้อมูลบางส่วนจากสูจิบัตรบูธสมาคมผู้จัดพิมและจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย)
ไทเปเวิล์ดเทรดฯนั้นมีฮอลล์กว้างใหญ่ 3 ฮอลล์ คล้ายๆเมืองทองธานีบ้านเราล่ะมั้ง แต่อาคารของเขาสวยแปลกตา มีรถกระสวยบริการรับส่งระหว่างฮอลล์ด้วย
ไปดูว่าเราเจอใครบ้าง ฮิฮิ เดี๋ยวจะตื่นเต้น/แปลกใจเหมือนเรา
ตึกไทเปเวิล์ดเทรดฯฮอลล์ 1, หน้างาน, ป้ายคำขวัญเชิญชวน "มะ มาอ่านพี่ไทย"
ภายในบูธประเทศไทยมีหนังสือคัดสรรจากสำนักพิมพ์ต่างๆมาวางเรียงรายเป็นหมวดหมู่ หมวดหนังสือรางวัล หนังสือพระราชนิพนธ์(ภูมิใจจัง) หนังสือภาพ หนังสือการ์ตูน วรรณกรรมเด็ก ปรัชญา ศิลปวัฒนธรรม หนังสือทั่วไป ฯลฯ โดยมีรายละเอียดอย่างย่อเกี่ยวกับหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาไต้หวัน(จีนขนบ)แปะไว้บนหนังสือแต่ละเล่ม บางเล่มเนี่ยคนเขียนคนวาดอยู่ในเอ็กทีนของเรานี่เอง ใครนะไปแอบดูกัน..
ศิลปินแนะนำจำนวน 10 ท่าน จากทุกแขนง ท่านว.วชิรเมธี คุณชาติ กอบจิตติ กฤษณา อโศกสิน คุณยิ่งศักดิ์ อ.เนาวรัตน์ อ.ชีวัน วิสาสะ ดวงดาว สุวรรณรังษี ดร.ป๊อป ... คาดว่าบางท่านมาร่วมงานก่อนหน้านี้แล้ว เราจึงพบแต่คุณชาติ และท่านว.วชิรเมธี แล้วนี่ใครหว่า..?
ฮาก.. เขาคือ... พี่ทรงศีล มีชั้นวางหนังสือของตัวเองคนเดียวเลยนะ
ผลงานของพี่อัพที่มาแสดงในงานด้วย
มุมแสดงภาพประกวดชนะรางวัล
สาธิตการปรุงอาหารมีชื่อของไทยซึ่งคุณพี่คนสาธิตปล่อยให้เค้าวุ่นวายถามจีนคำอังกฤษคำอยู่ตั้งนานก่อนจะบอกสำเนียงชัดแจ๋ว "ต้มยำเห็ดค่ะ" ป๊าด..คนไทยนี่หว่า
ท่านว. สนทนากับคุณชาติ
ท่านว. ขึ้นเวทีบรรยาย, มุมหนังสือรางวัล, พริตตี้ไต้หวันแต่งไทยซะหวานเลย
แห่งที่สองต้องตรงไปบูธของ "Jimmy Liao" คนโปรดก่อนใคร
ของที่ระลึก ตุ๊กตาหน้าคุ้นๆกับถุงผ้างานปราณีตราคา 750 เหรียญ, ภาพประกอบของจิมมี่ที่ขึ้นเป็นฉากหลังขนาดเบิ้มของบูธ, และฟิกเกอร์กระดาษ 4 ตัว ชุดละประมาณ 600 เหรียญ ไม่เจอตัวเป็นๆไม่ได้ของที่ระลึกแต่เอาภาพมาฝากก็แล้วกัน
เหล่าตัวการ์ตูน ไล่เรียงตั้งแต่ การ์ตูนทหารเรือ, ลุงเชย รึ เหล่าฮูจื้อ การ์ตูนที่จุ๊บุอ่านตั้งแต่อยู่ในเปล(ดูรูปและฉีกเล่นมากกว่า
), แมวน้อยรักเด็ก
มีบูธกองทัพไต้หวันมาด้วย การ์ตูนทหาร 3 เหล่าทัพเดินเล่นเต็มฮอลล์ มีรถจี๊ฟ รถถัง ยิงเป้า(เกมจ้ะ เกม อย่าตกใจ) ตอบคำถามแลกของที่ระลึกจากกองทัพ
แสดงเครื่องดนตรี กู่เจิง (古箏)
กิจกรรมสำหรับเด็ก
สลากชิงโชค, แอ๊คท่าเป็นตัวการ์ตูน, การ์ตูนบอลลูนเดินได้(มีช่องพลาสติกใสเป็นช่องตา และช่องใบพัดระบายอากาศอยู่ที่ก้น) เดินแกล้งเด็กทั่วฮอลล์ เด็กๆเลยถองใส่บอลลูนกันหลายตุบหลายตับ สนุกสนานกันไป
ฮอลล์กว้าง สูงโปร่ง โล่งเดินสะดวกไม่แออัด มีระบบระบายอากาศที่ดี และไม่เหม็นพรม บูธจัดน้อยเพราะเน้นขายครูบาอาจารย์และห้องสมุดเป็นหลัก แต่ละบูธทุ่มทุนสร้างมากมาย ภาพประกอบงามๆขึ้นบอร์ดขนาดยักษ์ มียาโออิด้วย เหอๆ
ไปเที่ยวตึก ไทเป101 กันต่อ...
ตึกสูง 101 ชั้น
รูปร่างเหมือน เบนโตะ ซ้อนๆกัน, ฐานตึกกว้างใหญ่มากเป็นห้างสรรพสินค้า, บริการอิเล็กทรอนิกส์ไกด์ เพียงแจ้งที่เคาเตอร์เพื่อรับอุปกรณ์ เจ๋ง..
แบบจำลองซูเปอร์ลิฟต์ ตัวจริงมีกำลังชักรอก 1,010 เมตรภายในเวลา 1 นาที
หลังคาลิฟต์มีท้องฟ้าจำลองให้ดูเพลินๆ พอดาวหางเคลื่อนผ่านลับขอบฟ้าจำลองก็ถึงชั้นบนส่วนแสดงนิทรรศการพอดี
Super Big Wind Dumper ลูกตุ้มถ่วงตึกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 กว่าเมตร ใช้บรรเทาภัยตึกสูงจากแรงลม วันที่ขึ้นไป จอมอนิเตอร์แสดงระดับแรงลมที่ 2 น็อต ลูกตุ้มถูกแขวนด้วยสลิง ยึดด้วยสปริงยักษ์อีกที อยู่ใจกลางตึกไทเป101
ส่วนแสดงนิทรรศการศิลปะ ขายของที่ระลึก และ บริการไปรษณีย์
ชั้น 91 สำหรับขึ้นมาชมทิวทัศน์ และทดสอบแรงลมที่พัดใส่จนแทบเป็นเหน็บ
การขึ้นหรือลงจากตึกต้องแจ้งให้เจ้าหน้าทราบเพื่อนำทาง โดยมีรปภ.ตามประกบดูแลความปลอดภัยของคุณอีกที
ไทเปอยู่ในช่วง...
นิทรรศการศิลปะเด็ก คุณจะเห็นวัวละเลงด้วยสีประดับด้วยวัสดุต่างๆเต็มบ้านเต็มเมือง ในภาพเป็นวัวขาวเลิฟๆติดปีกแมลงปอ
เทศกาลโคมไฟยังกรุ่นอยู่ในไทเป โคมไฟสวยงามหลายรูปแบบถูกประดับอยู่ตามที่ต่างๆให้ได้ชักภาพกัน
อะไรเอ่ย?
กล่องโลหะใส่ถุงพลาสติกยาวๆสำหรับเก็บร่มเปียกก่อนเข้าอาคาร จะพบเห็นได้แทบทุกอาคารใหญ่ของเมือง
ส่วนรับประทานอาหารใต้ตึก101 ตกแต่งร้านกันสวยสูสีแม้กระทั่งร้านเจ๊ๆธรรมดา มีอาหารธรรมดาไปจนถึงอาหารหรู อาหารไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง นานาชาติ จะเห็นว่าทุกร้านมีโมเดลอาหารน่าตาน่ากินไว้ยั่วกิเลสลูกค้าด้วย แข่งกันน่าดู แต่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากมาย
คุณภาพของอาหาร คุณค่าทางโภชนการไม่ต้องพูดถึง ของสดใหม่แถมทุกจานจะมีสารอาหารครบ 5 หมู่อีกด้วย
จานนี้จากร้านเจ๊ใจดีคนเมื่อครู่ "เนื้อแกะกะทะร้อน หมึกนึ่ง" เนื้อแกะแล่บางพอดีๆ หมักรสกลมกล่อมไม่เหม็นสาบ ปลาหมึกตัวเท่าข้าวหลามนึ่งสุกกำลังดีเนื้อหวานนุ่ม ข้าวสวยหุงจากข้าวญี่ปุ่นสุกร่วนซุย 1 ถ้วย น้ำซุปสาหร่าย"จีฉ่าย" และผักไชโป้วผัดรสแซ่บแก้เลี่ยนตักได้ไม่อั้น คุ้มมากกับราคา 158 เหรียญ โอ้สวรรค์...
เพิ่มพลังแล้วไปเดินดูหนังสือฮอลล์อื่นๆต่อ หนังสือดีๆ มีคุณภาพเพียบ ภาพประกอบรึ? จะบอกว่าที่นี่คือสวรรค์ของนักวาดนักเขียนก็ไม่ผิดนัก อิจฉาเด็กไต้หวันอ่ะ แง่ง.. เนื้อเรื่องก็น่ารักสร้างสรรค์มาก จะเล่าให้ฟัง 3 เรื่อง...
-
"เด็กหญิงคนหนึ่งไม่สบายมีอาการประหลาด ตัวเป็นสีสายรุ้ง วันต่อๆมาก็มีของประหลาดคล้ายเชื้อโรคต่างดาวงอกออกมาจากผิวหลากสีของเธอจนเต็มบ้าน คุณพ่อคุณแม่พาเธอไปหาหมอ คุณหมอตรวจเสร็จบอกสั้นๆว่า "ไปกินผักผลไม้ซะ" เด็กหญิงทำตามและกลายเป็นเด็กสุขภาพดี.."
-
"ไปเยี่ยมเพื่อนที่ตึกร้อยชั้น" เป็นหนังสือแสดงภาพตึกร้อยชั้นใน 12 หน้า ได้อย่างน่าประทับใจ เหมาะสำหรับการนับเลขและหลอกให้เด้กง่วงนอน..หึหึ..
-
ซีรี่ส์100กบสามัคคี (ตั้งชื่อให้ซะเลย) เป็นเรื่องราวของกบ 100 ตัว ในบ่อน้ำแห่งหนึ่งสร้างวีรกรรมทำเพื่อส่วนรวมได้น่าทึ่ง 1 เล่มมี 1 ตอน - ตอนช่วยเพื่อนจากเหยี่ยว, หรือปราบงูหลาม ทั้งขำทั้งประทับใจ ต้องบันทึกไว้จะได้ไม่ลืม...ความประทับใจ...
...
ไปกลับโดยรถไฟฟ้าที่อยู่แสนจะไกลจากที่พัก รองเท้าคู่ใหม่เจ้ากรรมก็ดันมาก่อเวรกันตอนเพลียสุดหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน ถึงที่พักก็ค่ำพอดี ไปกินมื้อค่ำที่ร้านอาหารซีฟูดโต้รุ่งหลังโรงแรม ไม่มีภาพให้ดู เพราะมันหายไประหว่างจ้วง หม้อไฟรวมมิตรทะเล, เต้าหู้ผัดทรงเครื่อง, และผัดผักโขม ใส่ถ้วยข้าวเม็ดกลมๆ(คงเป็นข้าวแบบญี่ปุ่น)พุ้ยอั้มๆ ซดโฮกๆ.. ต้องกินข้าวสวยอร่อยๆแบบนี้ต่อไปอีก 3 วัน โดยไม่มีข้าวหอมมะลิ รึ ข้าวสวยเกรดต่ำร้านตามสั่งเมืองไทยมารบกวนจิตใจให้คิดถึงเลยแม้แต่น้อย..
เดี๋ยวจะหาว่าลืมคุณข้าวบ้านเกิด แต่ของเขา "เยอะและดี" ทุกอย่างจริงๆ
"joys of eating / dieing by shoes"
สิ่งที่ฉันเรียนรู้ในวันนี้
คนแปลกหน้า 2 คน เหมือน รถไฟฟ้า กับ ผู้โดยสาร
มีเส้นแบ่งบอกว่า "Please wait behind the line"
ถ้าคุณทะเล่อทะล่าออกไป รปภ.จะกรี๊ดนกหวีดใส่คุณ บังคับให้คุณถอยออกมาซึ่งเท่ากับว่าเส้นแบ่งนั้นจะกว้างขึ้นโดยที่คุณมองไม่เห็น
ความแปลกหน้าทำให้คน 2 คน "ไม่มั่นใจ" เจตนาของกันและกัน
ฉันไม่ได้รอหลังเส้นแบ่ง ลืมไปว่าถ้าเป็นฉันเอง ก็คงไม่ชอบคนล้ำเส้นเหมือนกัน
รปภ.ระวังภัยในจิตใจของอีกคนจึงตัวใหญ่ขึ้นๆ กรี๊ดดังขึ้นๆ เส้นแบ่งกว้างขึ้นๆ
ผู้โดยสาร กับ รถไฟฟ้า ห่างกัน ออก ไป เรื่อย..ๆ......
ขอโทษที่ทะเล่อทะล่า และ แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจที่คุณพยายามจะบอก
แค่ฉันก็มีความ "ไม่แน่ใจ" เหมือนกันว่าคุณ "สื่อสาร" กับใคร ฉันรึ?
ยังต้องยืนรอรถไฟฟ้าต่อไป ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะมาเมื่อไร แกล้งกระสับกระส่ายเฉไฉเวิ่นวือไปเรื่องอื่น..
แต่ที่จริงน่ะเข้าใจและมั่นใจว่าสักวัน..
รถไฟฟ้าจะมาจอดรับ
มิตรภาพ คงต้องรอคอย เร็วบ้าง ช้าบ้าง..
ฉันจะรออยู่ตรงนี้ อย่างมีความสุขเพราะรู้ว่า เพื่อนใหม่ จะมา..
...
song credit - all_luvs2u @ ijigg
ลืมบอกไปว่าได้รับโปสการ์ดแล้วเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้ส่งกลับเลย ขอโทษนะคะ

คนไต้หวันแต่งชุดไทยน่าร๊ากกกกกก
ได้ขอเบอร์ไว้มั้ย...??
ปล. ได้รับการ์ดแล้วนะขะรับ...ขอบคุณมากครับ...
ปลล. เมื่อไหร่จะเอากล่องตะโกนมาไว้ในบ้านใหม่...
#1 By ซับบาธ... on 2009-02-18 13:07